
วันที่ 8 พฤษภาคม 2569
จังหวัดแพร่ โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่ จัดพิธีเชิญแบบลายผ้าพระราชทาน “ลายขอสมเด็จฯ - เจ้าฟ้าฯ” และ “ลายบุปผาบรมราชินีนาถ” เพื่อส่งมอบแบบลายผ้าพระราชทานให้แก่ส่วนราชการ กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ตลอดจนกลุ่มทอผ้าและช่างหัตถกรรมในพื้นที่จังหวัดแพร่ ได้นำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถศิลป์พื้นถิ่น เพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล โดยมี นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานในพิธี ณ โรงแรมแพร่นครา อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
ในการนี้ ประธานในพิธีได้เปิดกรวยถวายเครื่องราชสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงอุทิศพระองค์ในการสืบสาน อนุรักษ์ และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมพื้นบ้านไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน ด้วยพระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบและแฟชั่นที่ทรงผสมผสานความร่วมสมัยเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างงดงาม อันเป็นคุณูปการสำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยสู่ระดับสากล
ทั้งนี้ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ กลุ่มทอผ้า กลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ตลอดจนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
สำหรับแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายขอสมเด็จฯ - เจ้าฟ้าฯ” เป็นลายพระราชทานประจำปี 2569 ที่ทรงพัฒนาต่อยอดจากลวดลายประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมและอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ผ้าไทยมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” ประเภทผ้าบาติก เป็นลายพระราชทานที่ทรงต่อยอดจากดอกไม้พระนามาภิไธย ถ่ายทอดผ่านลวดลายอันงดงามและเปี่ยมด้วยความหมาย สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาผ้าไทยให้ร่วมสมัยและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ชุมชน
นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานแบบลายผ้าแก่ช่างทอผ้าและช่างหัตถกรรมไทยทั่วประเทศ เพื่อให้นำไปสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” อันเป็นการสืบสานคุณค่าความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป